ห้ามพลาด กับ “7 หนังน่าดูปี 2019″ : moviefree8k แหล่งร่วม

40-top-movie-years 2018 (29)

Hellboy

หนังน่าดูปี เฮลล์บอย (รอน เพิร์ลแมน) ซึ่งถือกำเนิดในเปลวเพลิงจากนรกเมื่อ 60 ปีก่อน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ถูกนำตัวมายังโลกโดยฝีมือของชายที่ชั่วร้าย กริกอรี่ ราสปูติน (คาเรล โรเดน) เพื่อให้เขากระทำเรื่องชั่วร้าย เฮลล์บอยที่ถูกชะตากำหนด ให้เป็นผู้นำมาซึ่งหายนะล้างโลก ได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพพันธมิตร ที่นำทีมโดย ศาสตราจารย์บรูม (จอห์น เฮิร์ท) ผู้ก่อตั้งศูนย์บัญชาการลับ บีพีอาร์ดี (BPRD – ศูนย์กลางเพื่อการค้นคว้า และป้องกันเหตุเหนือธรรมชาติ) ผู้เลี้ยงดูเฮลล์บอยมาเสมือนลูกในไส้ และได้พัฒนาความสามารถเหนือธรรมชาติของเขา

40-top-movie-years 2018 (28)

Glass

หนังน่าดูปี อีกหนึ่งผลงานหนังฮีโร่สายดาร์คของ M.Night Shyamalan ที่ทำ Unbreakable เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน มาบวกเนื้อหาของ Split จนกลายเป้นจักรวาลหนังของเขาขึ้นมา คราวนี้ สามนักแสดงขั้นเทพ บรูซ วิลลิส / เจมส์ แมคอะวอย และ ซามูเอล แอล แจ๊คสัน จะมารวมตัวกันในหนังเรื่องนี้

X_MEN_Dark_Phoenix_16

X-Men : Dark Phoenix

หนังน่าดูปี แอคชั่น ดราม่าเข้มข้น จัดเต็มมากขึ้น กับฮีโร่มาร์เวล “อีกทีมหนึ่ง” จักรวาลเอ็กซ์เมน ที่คราวนี้ มีเอเลี่ยนต่างดาวหมายจะเอาพลังของ “จีน เกรย์” มาครอบครอง…เรื่องราวสุดมึน

40-top-movie-years 2018 (27)

How To Train Your Dragon : Hidden World

ภาคต่อ และภาคสุดท้ายของคนเลี้ยงมังกร และการผจญภัยแสนสนุก เมื่อฮิพคัพต้องกลายเป็นผู้นำไวกิ้ง และเจ้าเขี้ยวกุดก็กำลังพบรักกับมังกรตัวเมีย

captain-marvel-story

Captain Marvel

ซุปเปอร์ฮีโร่ทุกคน จะมีหนังภาคเดี่ยวที่ทำให้คนดูรู้จักความเป็นมา คราวนี้ถึงคราวซุปเปอร์ฮีโร่หญิง กัปตันมาร์เวล ซึ่งหนังโปรยว่า “เธอคือซุปเปอร์ฮีโร่ที่ทรงพลังที่สุดของมาร์เวล ผู้มาพร้อมความคาดหวังสุดท้ายในการกอบกู้จักรวาล”

เป็นคำโปรยที่ทำให้คนดูคาดหวังตัวเธอค่อนข้างสูง ประกอบกับในท้ายเครดิตของ Avengers: Infinity War ก่อนที่ นิค ฟิวรี่ จะหายไป เขาได้ใช้เครื่องเพจเจอร์ส่งเพจถึงใครบางคน ที่ปรากฏสัญลักษณ์ทิ้งท้ายให้คนดูเข้าใจว่า เป็นกัปตันมาร์เวล เธอกลายเป็นความหวังว่า จะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่เพียงคนเดียวที่จะสามารถรับมือกับธานอสได้อย่างสูสี

ต่อข้อสงสัยของคนดูว่า กัปตันมาร์เวลเป็นใคร เก่งกาจขนาดไหน นิคถึงเพจไปหาในยามคับขัน และที่สำคัญทั้งสองคนรู้จักกันได้อย่างไร เราจะได้คำตอบทั้งหมดจากหนัง Captain Marvel ภาคนี้

การเล่าจุดกำเนิดของ กัปตันมาร์เวล (บรี ลาร์สัน) ค่อนข้างมีชั้นเชิงและต่างจากตัวละครซุปเปอร์ฮีโร่อื่นๆ ของมาร์เวล มีทั้งเซอร์ไพรส์และหักมุม ไม่ได้เล่าเรื่องเป็นเส้นตรง กัปตันมาร์เวล ตอนเริ่มเรื่องชื่อเวียร์ส เป็นนักรบชั้นสูงของเผ่าพันธุ์ครี เธอมีพลังแข็งแกร่ง ที่ต้องควบคุมให้ได้ แต่เธอมักมีความฝันแปลกๆ เกี่ยวกับตัวเอง ที่ไม่รู้ที่มาที่ไป

เวียร์ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจสำคัญ แต่เธอกลับถูกเผ่าพันธุ์สครัลล์ (ที่เธอได้รับการปลูกฝังว่าเป็นเผ่าพันธุ์โหดเหี้ยมที่สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นใครก็ได้ เพื่อแทรกซึมและบ่อนทำลายดาวดวงอื่นๆ ) จับตัวไป เมื่อหลุดออกมาได้และตกลงมาบนโลก เธอค้นพบว่า เธอเคยอยู่ที่นี่ในฐานะนักบินกองทัพอากาศนาม แครอล แดนเวอร์ส

กัปตันมาร์เวลจึงต้องทำภารกิจสองอย่าง ค้นหาตัวตนว่าแท้จริงตัวเองเป็นใคร ควบคู่ไปกับการปกป้องโลกจากสงครามจักรวาลระหว่างสองเผ่าพันธุ์ ครีและสครัลล์

นี่เป็นหนังเปิดตัวที่ไม่ถึงกับร้องว้าว และบางคนอาจบอกว่าสนุกสู้หนังภาคแรกของซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ ของค่ายมาร์เวลไม่ได้ นางเอกเก่งและทรงพลังเกินไป จนยามเธอปล่อยพลังตูมเดียว ผู้ร้ายตายเรียบแบบไม่มีอะไรให้ลุ้น แต่หนังดูเพลิน มีมุขขำที่ต้องอมยิ้ม

หนังย้อนไปปี 1990 นิค ฟิวรี่ (ซามูเอล แอล. แจ็กสัน) ยังเป็นเจ้าหน้าระดับไม่สูงมาก มีดวงตาสองข้าง (ไม่ใช่ข้างเดียวแบบที่คนดูคุ้นเคย)) บุคลิกก็เปลี่ยนไป จากเคร่งขรึม ซีเรียส ใน Avengers เป็นพูดมาก มีมุขตลกจนคนดูต้องขัน เป็นทาสแมว และไม่เชื่อเรื่องมนุษย์ต่างดาว

การพบกับกัปตันมาร์เวล ส่งผลให้ชีวิตนิคเปลี่ยนไป แจ๊กสันในวัย 70 ปี ที่ใช้วิชวลเอฟเฟคปรับหน้าให้ดูหนุ่มแสดงได้ลื่นไหล เคมีเข้ากับบรี ลาร์สัน มากๆ ในแง่การเป็นคู่หู ได้เห็นบรรยากาศของประเทศสหรัฐอเมริกาในสมัยที่ยังมีร้านเช่าวิดีโอบล็อกบัสเตอร์ ตู้โทรศัพท์ เพจเจอร์หน้าตาโบราณ

และที่น่าสนใจมากอีกเรื่องคือซาวด์แทร็กเพลงเพราะๆ แบบยุค 90s ที่ทำให้นึกถึงหนัง Guardian of the Galaxy

การที่หนังพยายามเติมจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ของจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล หรือ MCU ให้สมบูรณ์ และเชื่อมต่อไปถึง Avengers: Endgame ทำให้ทั้งเนื้อหาและตัวละครในเรื่องมีมากมาย

ไหนจะต้องเล่าความเป็นมาของกัปตันมาร์เวล และความสัมพันธ์กับนิค ฟิวรี่ ที่มาของพลังกัปตันมาร์เวลที่แข็งแกร่งกว่าฮีโร่คนอื่น สงครามระหว่างเผ่าครีและสครัลล์ ตัวละครที่คนดูเคยรู้จักทำให้ความโดดเด่นของกัปตันมาร์เวลถูกลดทอนลงไป

แถมยังมีตัวละครตัวหนึ่งที่ออกมาทีไรก็แย่งซีนคนอื่นไปแบบสุดๆ นั่นคือ เจ้าแมวกูส สัตว์เลี้ยงของกัปตันมาร์เวล จริงๆ กูสไม่ใช่แมว เป็น Flerken หรือเอเลี่ยนที่หน้าตาคล้ายแมว ในหนังใช้แมวสีส้มถึง 4 ตัว ในการแสดงเป็นกูส ฤทธิ์เดชและความน่ารักของกูส ทำให้คนดูหลายคนหลงรักมัน เป็นยังไง ไปดูเองละกัน

ไม่ว่าใครจะวิจารณ์หนัง Captain Marvel อย่างไร ก็เชื่อว่าหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ คนดูต้องใจจดใจจ่อรอดู Avengers: Endgame ที่จะเข้าฉายกลางปีอย่างแน่นอน

แต่อย่าลืมรอดู End Credit ท้ายเรื่องก่อน มีถึงสองตอน หลายคนบอกว่าเป็น End Credit ที่ดูแล้วฟินมาก ห้ามพลาดเด็ดขาด!

40-top-movie-years 2018 (26)

Greyhound

“จงเฉลียวฉลาดเหมือนงู และไร้พิษภัยเหมือนนกพิราบ” เป็นหนึ่งในหลายๆ คำคมที่ออกมาจากปาก กัปตันเออร์เนสต์ คราว์ซ ระหว่างกำลังทำยุทธการสู้รบอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ในหนังแอคชั่นสงคราม “Greyhound” ที่น่าจะกลายเป็นหนังสงครามอีกเรื่องที่จะเป็นที่โดนใจคอหนังแนวนี้ได้ไม่ยาก เพราะมาพร้อมกับฉากเชิงปฏิบัติการรบอย่างสมจริง อัดแน่นมาเต็มๆ แบบไม่ผ่อนอารมณ์ และกระชับฉับไวกับการสู้รบแบบไม่หวั่นในครั้งนี้

Greyhound ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อดัง “The Good Shepherd” ในปี 1955 ของนักเขียน “ซี.เอส. ฟอร์สเตอร์” ที่ได้รับการยอมรับและจัดเป็นนิยายสงครามที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ เล่าเรื่องราวในช่วงบรรยากาศการเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพสหรัฐฯ ได้ร่วมรบในสงครามครั้งนี้ หนังโฟกัสที่การเดินทางของฝูงกองทัพเรือ ที่นำโดยเรือเกรย์ฮาวด์ พาข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ เพื่อไปยังเกาะอังกฤษ

แต่พวกเขาจะต้องเดินทางผ่านในจุดที่เรียกว่า “หลุมดำ” จุดอันตรายของน่านน้ำในช่วงสงคราม เนื่องจากเป็นเขตปลอดการป้องกันทางอากาศ และง่ายต่อการที่จะถูกข้าศึกโจมตี ทำให้ฝ่ายกองทัพนาซีได้ส่งฝูงเรือดำน้ำ ที่นำโดยเกรย์วูล์ฟ ออกมาจู่โจมและไล่ล่าพวกเขาอย่างไม่ลดละความพยายาม จึงอุบัติเหตุยุทธการกลางสมุทรที่ต้องชิงไหวชิงพริบกันระหว่างสองฝ่ายคู่ขัดแย้งในสงคราม

40-top-movie-years 2018 (25)

Captive State

หลังเอเลี่ยนในนามคณะปกครองโลกได้เถลิงอำนาจและถลุงทรัพยากรจนเกือบเกลี้ยง ได้ก่อให้เกิดกลุ่มปฏิวัตินาม ฟีนิกซ์ นำโดย ราฟ (โจนาธาน เมเยอร์ส) แต่หลังเหตุจลาจลที่วิคเกอร์พาร์ค ชื่อของราฟก็กลายเป็นเพียงตำนาน มีเพียง วิลเลียม มัลลิแกน (จอห์น กู๊ดแมน) ตำรวจสันติบาลชิคาโกเท่านั้นที่ตามแกะรอยหวังโค่นกลุ่มฟีนิกซ์ที่กำลังวางแผนวินาศกรรมครั้งใหญ่ โดยกุญแจสำคัญอยู่ที่ เก๊บ (แอชตัน แซนเดอร์ส) น้องชายของราฟที่หวังจะหนีออกจากเมืองอันสิ้นหวังโดยไม่รู้เลยว่า เขาอาจเป็นกลไกสำคัญในการทวงเสรีภาพจากเผด็จการต่างดาว

Captive State มาในแนวทางหนังไซไฟการเมือง จากมันสมองของ รูเพิร์ต ไวแอต ผู้กำกับที่เคยปลุกตำนานพิภพวานรอีกครั้งจาก Rise of the planet of the apes เมื่อปี 2011 ซึ่งน่าจะเป็นหลักฐานถึงความสนใจในเรื่องการเมืองได้เป็นอย่างดี แต่เอาเข้าจริงแล้วการคิดเหตุการณ์แบ็คกราวด์ของเรื่องเป็น เอเลี่ยนยึดและปกครองโลกก็ไม่ได้เป็นสิ่งใหม่เสียทีเดียว มันเคยถูกบอกเล่าจนเฝือทั้งในหนังดังอย่าง District 9 (2009) หรือ ซีรีส์ดังทั้ง V (2009-2011) หรือ Colony (2016-2018) กระนั้นการที่ Captive State เลือกเล่าเรื่องราวโดยมีศูนย์กลางเป็นครอบครัวนักปฏิวัติ ที่มีแนวคิดขัดแย้งกัน คนนึงคิดสู้จนตัวตาย อีกคนกลับอยากหนีไปให้ไกล ก็ช่วยเพิ่มเสน่ห์เฉพาะตัวให้หนังได้อย่างประหลาด แต่การที่หนังไม่ได้มีฉากแอ็คชั่นไซไฟบึ้มบั้มและไปเน้นบรรยากาศวิพากษ์การเมืองแบบเผด็จการเข้มๆเครียดๆก็อาจเข้าข่ายหนังที่ไม่รักก็เกลียดเลยไปโดยปริยาย

กระนั้นต้องขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าบทหนังเองมีช่องโหว่ในหลายด้านทีเดียว ทั้งปมประเด็นการเมืองที่หนังเองก็ปูไม่แน่นทั้งอุดมการณ์ที่ตัวละครยึดถือ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่หนังเลือกข้ามไปจนคนดูไม่ได้อินกับเบื้องหลังการปฏิวัติของราฟ หรือปมพี่น้องระหว่างเขากับเก๊บเท่าที่ควร แม้แต่ตัวละครตำรวจอย่าง วิลเลียม มัลลิแกน ที่ทั้งเรื่องเราแทบไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องมุ่งมั่นกับการตามทะลายแก๊งฟีนิกซ์โดยที่ไม่ได้ปูสายสัมพันธ์หรือความศรัทธาของวิลเลียมที่มีต่อคณะปกครองจากต่างดาวชัดเจนนัก (ก่อนที่จุดหักมุมจะมาอธิบายในส่วนนี้แต่ก็ยังไม่สมเหตุสมผลเพียงพอนัก) ซึ่งหากมองในเชิงตรรกะของเรื่องก็สังเกตความพังได้ไม่ยาก แต่อะไรล่ะที่จะทำให้คนดูอินได้

ประการแรกเลยคงหนีไม่พ้นการเล่าเรื่องเปรียบเปรย (Allegory) เรื่องแต่งมาวิพากษ์สังคมการเมืองของหนังเนี่ยแหละที่น่าจะโดนใจคนไทยมิใช่น้อย หลายช่วงตอนของหนังดูไปสะอึกไปแบบไม่ต้ั้งใจทั้งบทบรรยายที่ผู้นำฝ่ายมนุษย์พูดถึงคณะปกครองว่าทำให้สังคมที่เคยแตกแยกกลับมารวมตัวกันได้ หรือนัยหนึ่งก็คือการบังคับให้คนยอมรับในอำนาจเบ็ดเสร็จนั่นเอง หรือแม้แต่โปรโมช้ั่น “คืนความสุข” ต่างๆนานาทั้งเศรษฐกิจ ตัวเลขคนว่างงานที่ลดลง ก็ทำให้เราได้ระลึกถึงความดีงามที่เรามักได้ยินกันทุกวันศุกร์มิใช่น้อยเลยแหละ และยิ่งหนังมาฉายก่อนวันเลือกตั้งแบบหายใจรดต้นคอนี่ก็ยิ่งท้าทายสมองให้เราได้คิดตีความไปจนถึงหวาดหวั่นกับผลลัพธ์ที่ภาวนาขออย่าให้เหล่าเอเลี่ยนกลับมา ‘คืนความสุข’ กันอีกเลย

ประการต่อมาการได้เห็นทางเลือกอันแตกต่างระหว่าง ราฟ และ เก๊บ นี่แหละที่สะท้อนทางเลือกของประชาชนที่อยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการได้อย่างชัดเจน แม้เราอยากจะสุดขั้วแบบราฟถึงขั้นวางแผนวินาศกรรมเพื่อปลดแอกประชาชนสู่เสรีภาพ แต่ความจริงแล้วเรากลับเลือกที่จะปฏิบัติตนแบบ เก๊บ ก้มหน้าทำงานและพอเหตุการณ์จะรุนแรงคงไม่มีทางเลือกใดดีกว่าการหนี ให้ตัวเองปลอดภัยอีกแล้ว ซึ่งการที่หนังทำให้เห็นมุมมองสองด้านของประชาชนที่มีต่อการกดขี่ของอำนาจเผด็จการก็ทำให้เราย้อนกลับไปสัมผัสกับความจริงอันแสนขมขื่นตลอด 5 ปีได้ชัดเจนขึ้น จนอยากรณรงค์ให้คนไปดูหนังเรื่องนี้ในวันแรกๆที่มันเข้าฉายก่อนไปเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมนี้เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว

แม้จะน่าเสียดายที่เหล่านักแสดงนำทั้ง โจนาธาน เมเยอร์ส และ แอชตัน แซนเดอร์ส ไม่อาจนำพาให้คนดูรัก เห็นใจและเอาใจช่วยพี่น้องนักปฏิวัติได้มากนัก แต่กระนั้นการที่หนังนำ ป๋า จอห์น กู๊ดแมน มารับบท วิลเลียม มัลลิแกน ตำรวจสันติบาลผู้น่าเกรงขามที่พยายามทำลายกลุ่มปฏิวัติฟีนิกซ์ก็ช่วยให้หนังมีไดนามิกที่น่าสนใจ และทุกครั้งที่ตัวละครของกู๊ดแมนปรากฎตัวก็ทำให้เราไม่อาจนั่งติดเก้าอี้ได้จริง อีกคนที่ปรากฎตัวน้อยแต่สร้างแรงสั่นสะเทือนได้ดีทีเดียวคือ เวรา ฟามิกา ที่มาในบทโสเภณีไร้ชื่อก็เปล่งประกายจนเราไม่อาจละสายตาได้จริงๆ

หักลบกลบหนี้ทั้งข้อดีข้อเสียแล้วก็คงต้องขอโหวดเชียร์ให้คนไทยทุกคนไปดูหนังเรื่องนี้อยู่ดี เพราะแม้หนังจะห่างไกลความสนุกแบบหนังบล็อคบัสเตอร์ที่คุ้นเคย แต่ก็ไม่ได้เล่าเรื่องน่าเบื่อสักนิด งานวิช่วลยังคงทำงานกับคนดูได้ดีแถมให้ภาพสมจริงและสร้างบรรยากาศขมุกขมัวเปรียบเปรยถึงฝันร้ายในยุคสมัยของเผด็จการได้เป็นอย่างดี ก็น่าจะช่วยให้เราตัดสินใจกันง่ายขึ้นว่าควรใช้สิทธิของตนกำหนดทิศทางการปกครองของประเทศอย่างไรในวันที่ 24 มีนาคมนี้ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *