สุดแสบ! แก๊งโจ๋ 5 คน ลวงเด็กหญิง 3 คน ค้างแรมกระท่อมกลางป่า 2 คืน

สุดแสบ! แก๊งเยาวชนชาย 5 คน ล่อลวงเด็กหญิงวัย 13 ปี 3 คน ไปค้างแรมที่กระท่อมกลางป่า 3 วัน 2 คืน ผู้ปกครองกว่า 20 คน รวมตัวกันออกตามหาจนพบ ก่อนช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ 4 คน หลบหนีไปได้ 1 คน ผลตรวจปัสสาวะมีสารเสพติดทุกคน และเตรียมส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลว่า ถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 มิถุนายน 63) จากกรณีที่ แก๊งเยาวชนชายอายุ 16 ปี จำนวน 5 คน ได้ล่อลวงเด็กหญิงอายุ 13 ปี จำนวน 3 คน ที่พบกันในตลาดนัดแห่งหนึ่งในอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ จากนั้นได้ชักชวนให้ไปเที่ยวต่อและหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา

โดยหลังจากผู้ปกครองและญาติของเด็กหญิงทั้ง 3 คน ทราบการล่องหนไป ก็โพสต์ประกาศตามหาทางโลกโซเชียล แล้วก็แจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.วิเชียรบุรี และก็ยังรวมตัวกัน กว่า 20 คน ออกตามหาที่ตามสถานที่ต่างๆ ที่คาดว่าเด็กสาว ทั้งยัง 3 คนจะไป ก็ไร้วี่แวว จนถึงเจอเค้าเงื่อนว่า มีคนเห็น เด็กสาวทั้งยัง 3 คน อยู่กับกลุ่มเยาวชนชายในเขตพื้นที่ ตําบลน้ําร้อน อําเภอสายฟ้าบุรี แม้กระนั้นเมื่อเครือญาติออก ตามหากลับ ไม่พบ

สุดแสบ! จนถึงวานนี้ (3 มิถุนายน 63) มีพลเมืองดีแจ้งว่า กลุ่มเยาวชนชายดัง ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ได้พาเด็กหญิงอายุ 13 ปี ไปพักอยู่ ที่กระต๊อบ ถึงกลางป่า ด้านหลังหมู่บ้าน ในพื้นที่กลุ่ม 2 ตําบล น้ําร้อน อําเภอวิเชียรบุรี ผู้ดูแลรวมทั้งพี่น้องกว่า 20 คน ก็ เลยได้ผสานผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยน่าทาง จนกระทั่งไปพบกับ กลุ่มเยาวชนชาย 4 คน รวมทั้งเด็กผู้หญิง 3 คน ในกระท่อม ทางพี่น้องก็เลยช่วยเหลือกันจับกุมไว้ ก่อนแจ้งตํารวจ สภ. วิเชียรบุรี มารับตัวไปสอบสวน

ส่วนเด็กหญิงอายุ 13 ปี ต่างอยู่ในสภาพเนื้อตัวมอมแมม เพราะไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน และยังอยู่ในอาการตกใจ ญาติสอบถามเบื้องต้น เด็กหญิงบอกว่า พวกเธอทั้ง 3 คน ได้ชักชวนกันไปเที่ยวที่ตลาดวิเชียรบุรี มีเงินติดตัว 40 บาท เมื่อมาพบกับกลุ่มเยาวชนชาย จึงชวนกันไปเที่ยวต่อ ส่วนสาเหตุที่ไม่กลับบ้าน เพราะทำตะกร้าหน้ารถหัก กลัวถูกผู้ปกครองดุด่าจึงไม่ยอมกลับบ้าน

ขณะที่ เยาวชนชาย 4 คน ตำรวจสอบปากคำเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ จากนั้นพนักงานสอบสวนได้นำตัวเยาวชนชายทั้งหมดไปตรวจปัสสาวะ ปรากฏว่ามีสารเสพติดในร่างกายทุกคน

เบื้องต้น ได้แจ้งข้อกล่าวหาพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ส่วนข้อหาเสพยาเสพติดต้องรอผลตรวจยืนยันอีกครั้ง เพราะต้องส่งปัสสาวะไปตรวจที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรีซ้ำอีกรอบเพื่อความแม่นยำ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ทางเข้าufabet

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *