#ม็อบ25พฤศจิกา ทยอยรวมตัวหน้า SCB “ไมค์-เพนกวิน” ถึงแล้ว รถไฟฟ้ายังเปิดตามปกติ

#ม็อบ25พฤศจิกา ทยอยรวมตัวที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ขณะรถไฟฟ้าบีทีเอส ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ด้าน บช.น.แนะเลี่ยงถนนรัชดา และยังไม่ยกตู้คอนเทรนเนอร์ออก รอฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์
บรรยากาศหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน มวลชนกลุ่มราษฎรได้ทยอยเดินทางมารวมตัวตามนัดหมายของคณะราษฎรในเวลา 15.00 น. โดยมีแกนนำทยอยเดินทางมาถึงแล้ว อาทิ พริษฐ์ ชิวารักษ์, ภาณุพงษ์ จาดนอก เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีรัชโยธิน ซึ่งมีทางเชื่อมเข้าห้างสรรพสินค้าเมเจอร์รัชโยธิน และธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ พบว่า มีมวลชนจำนวนมากทยอยเดินทางออกจากรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อมุ่งหน้าไปสมทบมวลชนที่ธนาคารไทยพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง

โดยหนึ่งในมวลชน ระบุว่า การเดินทางโดยรถไฟฟ้ายังคงสะดวกสะบายที่สุด แต่ต้องแลกกับค่าโดยสารที่แพง ซึ่งถือเป็นความเหลื่อมล้ำของคนในประเทศ ดังนั้นการเดินทางมาชุมนุมวันนี้ จึงหวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงความเหลื่อมล้ำดังกล่าวไม่มากก็น้อย

ขณะที่วันนี้รถไฟฟ้าบีทีเอส แจ้งว่า ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ไม่มีการปิดสถานีรถไฟฟ้าแต่อย่างใด

บช.น.แนะเลี่ยงถนนรัชดา

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ระบุ กรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมนัดรวมตัวบริเวณหน้าอาคารธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ (SCB) ในเวลา 15.00 น. ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่การจราจรหนาแน่น เป็นเส้นทางสายหลัก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อความสะดวกในการเดินทาง ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไปจนกว่าเสร็จสิ้นการชุมนุม

#ม็อบ25พฤศจิกา ซึ่งเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ ถนนรัชดาภิเษก (ขาออก) ตั้งแต่ แยกรัชโยธิน – แยกรัชวิภา แนะนำให้ประชาชนไปใช้อุโมงค์รัชโยธิน นอกจากนี้ยังมีถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนลาดพร้าว ถนนกำแพงเพชร 2 ทางยกระดับโทลล์เวย์ ส่วนกรณีไปแยกประชานุกูล หรือ ถนนกำแพงเพชร 2 ให้ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต และเลี้ยวซ้ายบริเวณต่างระดับรัชวิภาจะเป็นการสะดวกกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านการจราจร

ทั้งนี้ตำรวจกองบัญชาตำรวจนครบาล ได้จัดเตรียมกำลังตำรวจจราจรคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้แก่พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในภาพรวม เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ตร.ยังไม่ยกตู้คอนเทรนเนอร์ออก

พล.ต.ต.จิรสันต์ ระบุว่า สำหรับการวางสิ่งกีดขวางเป็นแนวกั้น เพื่อปิดแยกและเส้นทางต่างๆในรัศมี 1 กิโลเมตร โดยรอบพื้นที่ ยังคงปิดต่อตามปกติ ซึ่งต้องรอฝ่ายการข่าวของฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์ หากแจ้งว่าให้เปิดได้ก็จะทำการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อเปิดการจราจรทันที เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม ปัญหาจราจรที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าเป็นการสัญจรระหว่างฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนคร และพื้นที่กรุงเทพชั้นใน เนื่องจากมีปริมาณรถมาก ประกอบกับการปอดการจราจรวางสิ่งกีดขวางเป็นแนวกั้นพื้นที่โดยรอบ แนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงหรือเผื่อเวลาอย่างน้อย 45 นาที หากเลิกงานกลับบ้านก่อนเวลาปกติก็จะไม่กระทบมาก แต่หากเป็นเวลาเร่งด่วนหากจะข้ามฝั่งแนะนำให้ใช้สะพานพระราม 7 สะพานพระราม 5 ฝั่งนนทบุรีจะสะดวกกว่า โดยอีกทางที่แนะนำคือสะพานสาทร สะพานกรุงเทพ

สนับสนุนโดย ufabet24

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *